นามบัตรเป็นตัวแทนที่สะท้อนถึงตัวตนของเจ้าของนามบัตรจนไปถึงบริษัท ปกติแล้วเมื่อเราไปพบปะกับลูกค้าหรือคู่ค้าทางธุรกิจ เราจะต้องพกนามบัตรติดตัวไปด้วยทุกครั้ง นามบัตรที่ดีจะช่วยสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจได้ สามารถกล่าวได้ว่านามบัตรนั้นเป็นเครื่องมือทางการตลาดอย่างหนึ่งที่ใช้โปรโมทหรือสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ตัวบุคคลและบริษัท ฉะนั้นนามบัตรจึงมีความสำคัญมากกว่าที่คิด แล้วนามบัตรที่ดีนั้นควรจะต้องมีลักษณะอย่างไร

ลักษณะของนามบัตรที่ดีนั้นเป็นอย่างไร

  1. การออกแบบดูเรียบง่ายและอ่านง่าย

สิ่งแรกที่นามบัตรที่ดีควรจะต้องมีคือความเรียบง่าย ทั้งฟอนท์ ขนาด และรูปแบบ ควรจะต้องอ่านง่าย หากทำธุรกิจที่เป็นทางการ ต้องการความน่าเชื่อถือสูง เช่น ธุรกิจการเงิน ทนายความ ที่ปรึกษา หรือธุรกิจที่ต้องทำงานกับภาครัฐ การออกแบบนามบัตรควรใช้สีพื้น โดยเลือกสีที่มีพื้นหลังสว่าง เช่น สีขาว สีครีม หรือสีเบจ เพราะโทนสีเหล่านี้จะดูเป็นมืออาชีพ และง่ายต่อการอ่าน

หากทำธุรกิจที่เน้นความสวยงามและความคิดสร้างสรรค์ เช่น นักออกแบบ กราฟฟิกดีไซเนอร์ และนักออกแบบ สามารถใช้นามบัตรที่มีสีสันสดใส และมีดีไซน์ได้ เพื่อสื่อถึงความคิดสร้างสรรค์และสะท้อนตัวตนของเจ้าของนามบัตร

นามบัตรนั้นควรมีมากกว่า 1 ภาษา โดยทั่วไปแล้วจะมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บางครั้งอาจเพิ่มภาษาอังกฤษเข้าไปบนด้านหลังของนามบัตร เพราะภาษาอังกฤษนั้นถือเป็นภาษาสากล เผื่อในกรณีที่ต้องติดต่อธุรกิจกับชาวต่างชาติ เพื่อความสะดวกต่อการติดต่อธุรกิจต่อไปในอนาคต

  1. มีข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

ก่อนที่จะพิมพ์นามบัตรออกมา ลองตรวจเช็คดูว่าบนนามบัตรนั้นมีข้อมูลของเราอยู่ครบถ้วนแล้วหรือยัง เช่น ชื่อ, นามสกุล, ตำแหน่ง, ชื่อบริษัท, ที่อยู่บริษัท, เว็บไซต์ของบริษัท, E-Mail, เบอร์ติดต่อของสำนักงาน และเบอร์มือถือ ส่วนการเรียงลำดับความสำคัญนั้น โลโก้ของบริษัทจำเป็นต้องเด่นที่สุด รองลงมาคือชื่อและตำแหน่งของเจ้าของนามบัตร

  1. มีการสร้างจุดโฟกัสและจุดดึงดูดความสนใจ

หากต้องการเพิ่มสีสันและความน่าสนใจให้กับนามบัตร เราสามารถเลือกใช้ภาพกราฟฟิกหรือไอคอนเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับนามบัตรได้ สิ่งที่ต้องระวังในการเลือกใช้ภาพคือ ภาพไม่ควรขัดกับตัวตนของเราหรือแบรนด์ และภาพควรมีความพอดีเหมาะสมไม่ควรใหญ่เกินไป

นอกจากนี้ยังต้องระวังเรื่อง White Space หรือพื้นที่ว่างระหว่างข้อความเพื่อไม่ทำให้นามบัตรดูเยอะและรกสายตามากเกินไป เพราะนามบัตรที่มีข้อความเยอะเกินไปจะทำให้ผู้อ่านสับสนว่าควรเโฟกัสที่จุดไหนก่อนและไม่น่าอ่าน การใช้พื้นที่ว่างบนนามบัตรอย่างฉลาด จะทำให้นามบัตรของเราดูเป็นสไตล์มินิมอล สื่อสารแบบ Less is more ทำให้เจ้าของนามบัตรดูมีคลาสและดูทันสมัยมากขึ้น

  1. นำเสนอตัวตนของเจ้าของนามบัตรและแบรนด์ได้

นามบัตรที่ดีต้องสามารถนำเสนอตัวตนและภาพลักษณ์ของเจ้าของนามบัตรหรือบริษัทได้ สิ่งที่ควรคำนึงถึงเมื่อออกแบบนามบัตรคือ การเลือกใช้สีบนนามบัตรควรสื่อถึงแบรนด์หรือเป็นสีของแบรนด์ เมื่อลูกค้าหรือคู่ค้าทางธุรกิจเห็นจะทำให้จดจำแบรนด์และทำให้นึกถึงแบรนด์ของเราได้ทันที

ไม่ควรใช้สีบนนามบัตรหลาย ๆ สี เพราะจะทำให้เกิดความสับสนและดูไม่เรียบร้อย บางครั้งเมื่อใช้หลายสีก็จะดูขัดแย้งกัน ฉะนั้นไม่ควรใช้สีบนนามบัตรเกิน 3 สี เพื่อความอ่านง่ายและสบายตา นอกจากนี้ยังควรใช้สีที่ทำให้โลโก้ดูเด่นหรือเข้าโทนเดียวกับโลโก้ ไม่ควรใช้สีที่ทำให้โลโก้ดูจมหรือกลบโลโก้

  1. ใช้วัสดุที่มีคุณภาพ

ถึงจะไม่เก่งเรื่องการออกแบบ แต่อย่างไรก็ตามควรให้ความสนใจกับคุณภาพวัสดุและการผลิตของนามบัตร เช่น ไม่ใช้กระดาษที่บางและราคาถูกในการทำนามบัตร เพราะอาจส่งผลกระทบถึงภาพลักษณ์และดูไม่เป็นมืออาชีพ อย่างน้อยบนนามบัตรควรมีข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

หากต้องการเพิ่มความเป็นมืออาชีพ สามารถเลือกใช้รูปแบบนามบัตรต่าง ๆ เช่น การเคลือบมัน การเคลือบด้าน หรือการตัดขอบมน เพื่อให้นามบัตรดูพรีเมียมมากขึ้น และเมื่อเราเปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนตำแหน่ง นามบัตรก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย เพื่อป้องกันการหยิบนามบัตรผิดใบ เราไม่ควรพบนามบัตรที่ไม่ใช้แล้วไว้กับตัว

สิ่งสุดท้ายที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ ต้องเพิ่มระยะตัดตกไว้ 3 มิล และระยะตัดขอบไว้ 3 มิลในแต่ละด้าน และควรเลือกรูปภาพที่มีความละเอียดเท่ากับ 300 DPI เพื่องานพิมพ์ที่มีคุณภาพคมชัด เพียงเท่านี้เราก็จะได้นามบัตรที่ดูดีพรีเมี่ยม สามารถเอาชนะใจได้ทั้งลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจ

Please follow and like us:
error

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *